พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชวตนาราม. พระสารีบุตรได้แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงเรื่องความเห็นชอบ โดยยกอาการรู้จักอกุศลและมูลรากของอกุศล การรู้จักกุศลและมูลรากของกุศลขึ้นแสดงก่อน เมื่อภิกษุทั้งหลายถามถึงปริยายอย่างอื่นอีก ก็แสดงยักย้ายนัยเรื่อย ๆ ไปอีก ๑๕ ข้อ ) รวมเป็น ๑๖ ข้อทั้งนัยแรก ). ๑๕ ข้อหลัง คือ ๑. อาหาร ๒. ทุกข์ ๓ . ชรามรณะ ( ความแก่ความตาย ) ๔ . ชาติ ( ความเกิด ) ๕ . ภพ ( ความมีความเป็น ) ๖. อุปาทาน ( ความยึดมั่นถือมั่น ) ๗. ตัญหา ( ความทะยานอยาก ) ๘. เวทนา ( ความรู้สึกอารมณ์ว่าทุกข์สุข เป็นต้น ) ๙. ผัสสะ ( ความถูกต้องทางตา เป็นต้น ) ๑๐. สฬายตนะ ( อายตนะ ๖. มีตา เป็นต้น ) ๑๑ . นามรูป ( สิ่งที่เป็นเพียงชื่อ คือเรื่องของจิตใจ เรียกนาม สิ่งที่ถูกต้องได้เห็นได้เรียกรูป ๑๒. วิญญาณ ( ความรู้แจ้งอารมณ์ทางตา เป็นต้น ) ๑๓. สังขาร ( เครื่องปรุงแต่งกาย วาจา จิต ) ๑๔. อวิชชา ( ความไม่รู้อริยสัจจ์ ๔ ) ๑๕. อาสวะ ( กิเลสที่ดองสันดาน ).
โดยรู้จักสิ่งนั้น เหตุเกิดของสิ่งนั้นความดับของสิ่งนั้น ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับสิ่งนั้น .
เล่มที่ ๑๒ ชื่อมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (เป็นสุตตันตปิฎก)
พระสุตตันตปิฎก ตั้งแต่เล่ม ๙ ถึงเล่ม ๑๑ ที่ย่อมาแล้ว รวม ๓ เล่ม เป็นทีฆนิกาย คือหมวดหรือพวกแห่งพระสูตรขนาดยาว บัดนี้มาถึงหมวดถัดมา คือมัชฌิมนิกาย คือหมวด หรือพวกเเห่งพระสูตรขนาดกลาง ไม่ยาวหรือสั้นเกินไป ถ้าพิจารณาดูตัวเลข หรือจำนวนพระสูตรในทีฆนิกายกับมัชฌิมนิกายเทียบเคียงกันดูแล้ว ก็พอจะเห็นได้ดังนี้ ทีฆนิกาย เล่ม ๙ มี ๑๓ สูตร , เล่ม ๑๐ มี ๑๐ สูตร , เล่ม ๑๑ มี ๑๑ สูตร รวม ๓ เล่ม มี ๓๔ สูตร. ส่วนมัชฌิมนิกาย มี ๓ เล่มเช่นกัน คือเล่ม ๑๒ มี ๕๐ สูตร, เล่ม ๑๓ มี ๕๐ สูตร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น