นานาปัญหา
โดย คณะสหายธรรม
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=421124351331319&set=a.269944853115937.56316.222085381235218&type=1
๓. เหตุใดเทวดาตายแล้วจึงอยากเ กิดเป็นมนุษย์
ถาม เคยได้ยินว่า เทวดาเมื่อตายแล้วก็ปรารถนา เกิดเป็นมนุษย์จริงหรือไม่
เพราะมนุษย์เราตายแล้วก็ปรา รถนาจะเป็นเทวดากันทั้งนั้น
เหตุใดเทวดาจึงปรารถนาเกิดเ ป็นมนุษย์
ตอบ ปัญหาที่คุณถามมานี้เป็นควา มจริง
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเ รื่องนี้ไว้ใน จวมานสูตร ขุ.อิติวุตตกะ ข้อ ๒๖๑-๒๖๒ ว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดเทวดาผู้จะจุติจากเท พนิกาย เมื่อนั้นนิมิต ๕ ประการย่อมปรากฏแก่เทวดานั้ น คือ
ดอกไม้ย่อมเหี่ยวแห้ง ๑
ผ้าทรงย่อมเศร้าหมอง ๑
เหงื่อย่อมไหลออกจากรักแร้ ๑
ผิวพรรณเศร้าหมองย่อมปรากฏท ี่กาย ๑
ย่อมไม่ยินดีในทิพยะอาสน์ขอ งตน ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เทวดาทั้งหลายทราบว่า เทพบุตรนี้จะต้องเคลื่อนจาก เทพนิกาย ย่อมพลอยยินดีกะเทพบุตรนั้น ด้วยถ้อยคำ ๓ อย่างว่า
แน่ะท่านผู้เจริญ ขอท่านจากเทวโลกนี้ไปสู่สุค ติ ๑
ครั้นได้ไปสู่สุคติแล้ว ขอท่านจงได้ลาภที่ท่านได้ดี แล้ว ๑
ครั้นได้ลาภที่ท่านได้ดีแล้ วขอจงเป็นผู้ตั้งอยู่ด้วยดี ๑”
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรั สอย่างนี้ ภิกษุรูปหนึ่งทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นส่วนแห่งการไป สู่สุคติของเทวดาทั้งหลาย อะไรเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวด าทั้งหลายได้ดีแล้ว และอะไรเป็นส่วนการตั้งอยู่ ด้วยดีของเทวดาทั้งหลาย พระเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์แล เป็นส่วนแห่งการไปสุคติของเ ทวดาทั้งหลาย
เทวดา
๓. เหตุใดเทวดาตายแล้วจึงอยากเ
ถาม เคยได้ยินว่า เทวดาเมื่อตายแล้วก็ปรารถนา
เพราะมนุษย์เราตายแล้วก็ปรา
เหตุใดเทวดาจึงปรารถนาเกิดเ
ตอบ ปัญหาที่คุณถามมานี้เป็นควา
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเ
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดเทวดาผู้จะจุติจากเท
ดอกไม้ย่อมเหี่ยวแห้ง ๑
ผ้าทรงย่อมเศร้าหมอง ๑
เหงื่อย่อมไหลออกจากรักแร้ ๑
ผิวพรรณเศร้าหมองย่อมปรากฏท
ย่อมไม่ยินดีในทิพยะอาสน์ขอ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เทวดาทั้งหลายทราบว่า เทพบุตรนี้จะต้องเคลื่อนจาก
แน่ะท่านผู้เจริญ ขอท่านจากเทวโลกนี้ไปสู่สุค
ครั้นได้ไปสู่สุคติแล้ว ขอท่านจงได้ลาภที่ท่านได้ดี
ครั้นได้ลาภที่ท่านได้ดีแล้
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรั
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์แล เป็นส่วนแห่งการไปสุคติของเ
เทวดา
ครั้นเกิดเป็นมนุษย์แล ้วย่อมได้ศรัทธาในธรรมวินัย
ที่พระตถาคตประกาศแล้วนี้แล เป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้ งหลายได้ดีแล้ว
ก็ศรัทธาของเทวดาทั้งหลายเป ็นคุณชาติตั้งลง มีมูลรากเกิดแล้ว ประดิษฐานมั่นคง อันสมณะพราหมณ์ เทวดา มาร พรหมหรือใครๆ ในโลกพึงนำไปไม่ได้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นส่วนแห่งการตั้งอย ู่ด้วยดีของเทวดาทั้งหลาย”
ครั้นพระผู้มีพระภาคตรัสอย่ างนี้แล้ว ได้ตรัสสรุปเป็นคาถาว่า
“เมื่อใดเทวดาจะต้องจุติจาก เทพนิกายเพราะความสิ้นอายุ เสียง ๓ อย่างของเทวดาทั้งหลายผู้พล อยยินดี ย่อมเปล่งออกไปว่า แน่ะท่านผู้เจริญ ท่านจากโลกนี้ไปแล้วจงถึงสุ คติ จงถึงความเป็นสหายแห่งมนุษย ์ทั้งหลายเถิด ท่านเป็นมนุษย์แล้วจงได้ศรั ทธาอย่างยิ่งในพระสัทธรรม ศรัทธาของท่านนั้นพึงเป็นคุ ณชาติตั้งลงมั่น มีมูลเกิดแล้ว มั่นคงในพระสัทธรรมที่พระตถ าคตประกาศดีแล้ว อันใครๆ พึงนำไปไม่ได้ตลอดชีวิต ท่านจงละกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต และอย่ากระทำอกุศลกรรมอย่าง อื่นที่ประกอบด้วยโทษ กระทำกุศลด้วยกายด้วยวาจาให ้มาก กระทำกุศลด้วยใจหาประมาณมิไ ด้ หาอุปธิมิได้ แต่นั้นท่านจงกระทำบุญอันให ้เกิดอุปธิสมบัตินั้นให้มาก ด้วยทาย แล้วยังสัตว์แม้เหล่าอื่นให ้ตั้งอยู่ในพระสัทธรรมในพรห มจรรย์
เมื่อใดเทวดาพึงรู้แจ้งซึ่ง เทวดาผู้จะจุติ เมื่อนั้นย่อมพลอยยินดีความ อนุเคราะห์ว่า แน่ะเทวดา ท่านจงมาบ่อยๆ”
ทั้งหมดนี้คือข้อความในพระส ูตรนี้ และจากข้อความในจวมานสูตรนี ้ ท่านผู้ถามก็จะเห็นว่า เมื่อเทวดาทั้งหลายเกิดนิมิ ต ๕ ประการอันแสดงว่าจะต้องจุติ จากเทวโลกดังนี้แล้ว เทวดาทั้งหลายอื่นๆ ย่อมอวยพรให้เขาได้เกิดในมน ุษย์ ซึ่งเขาถือว่ามนุษย์ภูมิเป็ นสุคติภูมิของเทวดา เมื่อเกิดเป็นมนุษย์แล้วขอใ ห้ได้ศรัทธาในพระสัทธรรม คือขอให้ได้ฟังพระธรรมเทศนา ของพระพุทธเจ้า ฟังแล้วมีศรัทธาปฏิบัติตามพ ระธรรมคำสอนนั้น เมื่อปฏิบัติตามพระธรรมคำสอ นนั้นแล้ว ขอให้ดำรงมั่นคงในพระธรรมนั ้น นั่นคือขอให้ได้บรรลุมรรคผล คือโสดาปัตติผล เทวดาทั้งหลายหวังจะให้เทวด าผู้จะจุตินั้นสำเร็จเป็นพร ะโสดาบันแล้วกลับไปเสวยสุขอ ยู่ในเทวโลกอีก จึงกล่าวว่า ดูก่อนเทวดา ขอท่านจงกลับมาสู่เทพนิกายน ี้บ่อยๆ คือ ขอให้สำเร็จเป็นโสดาบันแล้ว กลับมาในหมู่เทพอีกนั่นเอง
ความจริงการเกิดเป็นมนุษย์น ั้นมีโอกาสทำบุญทำกุศลได้ทุ กอย่าง แม้การที่จะบรรลุเป็นพระสัพ พัญญูพุทธเจ้าก็ต้องเป็นมนุ ษย์ เป็นเทวดาเป็นพระพุทธเจ้าไม ่ได้
__________________________ ______________
ที่มา อ้างอิง และแนะนำ :-
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
จวมานสูตร
http://www.84000.org/ tipitaka/book/ v.php?B=25&A=6074&Z=6109
ก็ศรัทธาของเทวดาทั้งหลายเป
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นส่วนแห่งการตั้งอย
ครั้นพระผู้มีพระภาคตรัสอย่
“เมื่อใดเทวดาจะต้องจุติจาก
เมื่อใดเทวดาพึงรู้แจ้งซึ่ง
ทั้งหมดนี้คือข้อความในพระส
ความจริงการเกิดเป็นมนุษย์น
__________________________
ที่มา อ้างอิง และแนะนำ :-
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
จวมานสูตร
http://www.84000.org/