วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เกสีสูตร

เกสีสูตร
 
 
ว่าด้วยเรื่องนายเกสีผู้ฝึกม้า
 
[๑๑๑] ครั้งนั้นแล สารถีผู้ฝึกม้าชื่อเกสี เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า

ถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้าง

หนึ่ง ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามว่า ดูก่อนเกสี ท่านอัน

ใคร ๆ ก็รู้กันดีแล้วว่าเป็นสารถีผู้ฝึกม้า ก็ท่านฝึกหัดม้าที่ควรฝึกอย่าง

ไร สารถีผู้ฝึกม้าชื่อเกสีกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์

ฝึกหัดม้าที่ควรฝึกด้วยวีธีละม่อมบ้าง รุนแรงบ้าง ทั้งละม่อมทั้งรุนแรง

บ้าง.

พ. ดูก่อนเกสี ถ้าม้าที่ควรฝึกของท่านไม่เข้าถึงการฝึกหัด

ด้วยวิธีละม่อม ด้วยวิธีรุนแรง ด้วยวิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง ท่านจะทำ

อย่างไรกะมัน ?

เกสี. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าม้าที่ควรฝึกของข้าพระองค์

ไม่เข้าถึงการฝึกหัดด้วยวิธีละม่อม ด้วยวิธีรุนแรง ด้วยวิธีทั้งละม่อม

ทั้งรุนแรง ก็ฆ่ามันเสียเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร ? เพราะคิดว่าโทษ

มิใช่คุณอย่าได้มีแก่สกุลอาจารย์ของเราเลย
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญก็

พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นสารถีฝึก บุรุษชั้นเยี่ยม ก็พระผู้มีพระภาคเจ้า

ทรงฝึกบุรุษที่ควรฝีกอย่างไร.
. ดูก่อนเกสี เราแล ย่อมฝึกบุรุษที่ควรฝึกด้วยวิธีละม่อม

บ้าง รุนแรงบ้าง ทั้งละม่อมทั้งรุนแรงบ้าง ดูก่อนเกสี ในวิธีทั้ง ๓ นั้น

การฝึก ดังต่อไปนี้ เป็นวิธีละม่อม คือ กายสุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่ง

กายสุจริตเป็น ดังนี้ วจีสุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งวจีสุจริตเป็นดังนี้

มโนสุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งมุโนสุจริตเป็นดังนี้ เทวดาเป็นดังนี้

มนุษย์เป็นดังนี้ การฝึกดังต่อไปนี้เป็นวิธีรุนแรง คือกายทุจริตเป็นดัง

นี้ วิบากแห่งกายทุจริตเป็นดังนี้ วจีทุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งวจี

ทุจริตเป็นดังนี้ มโนทุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งมโนทุจริตเป็นดังนี้

นรกเป็นดังนี้ กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานเป็นดังนี้ ปิตติวิสัย เป็นดังนี้ การ

ฝึกดังต่อไปนี้ เป็นวิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง คือ กายสุจริต เป็นดังนี้

วิบากแห่งกายสุจริตเป็นดังนี้ กายทุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งกายทุจริต

เป็นดังนี้ วจีสุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งวจีสุจริตเป็นดังนี้ วจีทุจริต

เป็นดังนี้ วิบากแห่งวจีทุจริตเป็นดังนี้ มโนสุจริตเป็นดังนี้ วิบาก

แห่งมโนสุจริตเป็นดังนี้ มโนทุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งมโนทุจริตเป็น

ดังนี้ เทวดาเป็นดังนี้ มนุษย์เป็นดังนี้ นรกเป็นดังนี้ กำเนิดสัตว์

ดิรัจฉานเป็นดังนี้ ปิตติวิสัยเป็นดังนี้.

เกสี. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าบุรุษที่ควรฝึกของพระองค์

ไม่เข้าถึงการฝึกด้วยวิธีละม่อม ด้วยวิธีรุนแรง ด้วยวิธีทั้งละม่อมทั้ง

รุนแรง พระผู้มีพระภาคเจ้าจะทำอย่างไรกะเขา ?

พ. ดูก่อนเกสี ถ้าบุรุษที่ควรฝึกของเราไม่เข้าถึงการฝึกด้วย

วิธีละม่อมด้วยวิธีรุนแรง ด้วยวิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง เราก็ฆ่าเขาเสีย

เลย

เกสี. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ปาณาติบาตไม่สมควรแก่พระ

ผู้มีพระภาคเจ้าเลย ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น ไฉนพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัส

อย่างนี้ว่า ฆ่าเขาเสีย ?
พ. จริง เกสี ปาณาติบาตไม่สมควรแก่ตถาคต ก็แต่ว่าบุรุษ

ที่ควรฝึกใด ย่อมไม่เข้าถึงการฝึกด้วยวิธีละม่อม ด้วยวิธีรุนแรง ด้วย

วิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง ตถาคตไม่สำคัญบุรุษที่ควรฝึกนั้นว่า ควรว่า

กล่าว ควรสั่งสอน แม้สพรหมจารีผู้เป็นวิญญูชนก็ย่อมไม่สำคัญว่า

ควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน ดูก่อนเกสี ข้อที่ตถาคต ไม่สำคัญบุรุษ

ที่ควรฝีกว่า ควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน แม้สพรหมจารีผู้เป็นวิญญูชนทั้ง

หลายก็ไม่สำคัญว่า ควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน นี้เป็นการฆ่าอย่างดี ใน

วินัยของพระอริย.
 
เกสี. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อที่พระตถาคตไม่สำคัญบุรุษที่

ควรฝึกว่า ควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน แม้สพรหมจารีผู้วิญญูชนก็ไม่

สำคัญว่า ควรว่ากล่าวควรสั่งสอน นั่นเป็นการฆ่าอย่างดีแน่นอน ข้า

แต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้

เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนักพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงประกาศ

ธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด

บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมี

จักษุจักเห็นรูปฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระ

ผู้มีพระภาคเจ้ากับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระ

ผู้มีพระภาคเจ้าโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอด

ชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.
 
 
 
 
 
จบเกสีสูตรที่ ๑
 
ข้อมูลจาก
 

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อกิตติชาดก

อกิตติชาดก
ว่าด้วย อกิตติดาบสขอพรท้าวสักกะ


อกิตติชาดก (๒๗/๓๓๗) ท่านแนะให้ดูคนพาล
หรือ คนชั่วที่ ๕ จุด นับว่าเข้าทีและเป็นไปได้ คือ

- คนพาลชอบชักแนะนำในทางที่ผิด
- คนพาลมักชอบทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระหน้าที่ของตน
- คนพาลมักจะเห็นผิดเป็นชอบ
- คนพาลแม้เราหรือใคร ๆ พูดดี ๆ ก็โกรธ
- คนพาลไม่ยอมรับรู้ระเบียบวินัยหรือกฎหมาย



*ธุระ
undertakingกิจการ, งาน, ธุระ, ภาระ, การจัดงานศพ
engagementการสู้รบ, การหมั้น, การนัดหมาย, ข้อตกลง, ธุระ, การว่าจ้าง
behalfตัวแทน, ประโยชน์, ธุระ
concernกังวล, ห่วง, ภาระ, อาทร, ธุระ, ความอาทร
affairเรื่อง, ธุรกิจ, ราชการ, การงาน, กิจ, ธุระ
*หน้าที่
dutyหน้าที่, ภาษี, อากร, วัตร, ส่วย, ความเคารพ
roleบทบาท, หน้าที่, ภารกิจ
chargeค่าธรรมเนียม, หน้าที่, ภาระ, ความรับผิดชอบ, การฟ้องร้อง, มูลค่า
missionหน้าที่, คณะทูต, คณะผู้สอนศาสนา, การเผยแพร่ศาสนา, งานที่ได้รับมอบหมายไป
colorสี, สีสัน, สีหน้า, ผิว, ลักษณะ, หน้าที่
capacityความจุ, ความสามารถ, ฐานะ, สมรรถนะ, อัตรา, หน้าที่
postไปรษณีย์, เสา, ตำแหน่งงาน, หน้าที่, ที่มั่น, ตำแหน่งหน้าที่
incumbencyหน้าที่, ภาระกิจ, การวาง
partส่วนหนึ่ง, ส่วน, ตอน, ชิ้น, บทบาท, หน้าที่
bondพันธบัตร, ข้อผูกมัด, เครื่องพันธนาการ, สายใย, เยื่อใย, หน้าที่
placeสถาน, สถานที่, ที่, ตำแหน่ง, ตอน, หน้าที่
businessงาน, การค้า, ธุระกิจ, กิจการค้า, สถานประกอบการ, หน้าที่

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_item.php?book=27&item=1814
http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2011/05/Y10557962/Y10557962.html

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สัพพาสวสังวรสูตร





สัพพาสวสังวรสูตร สูตรว่าด้วยการสำรวมระวังอาสวะทุกชนิด



พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนารามของอนาถปิณฑิกคฤหบดี ใกล้กรุงสาวัตถี ตรัสเทศนาเรื่องการสำรวมระวังอาสวะทุกชนิด มี ๗ หลักการใหญ่ คืออาสวะที่พึงละได้ด้วย

๑. การเห็น

๒. การสำรวมระวัง

๓. การส้องเสพ

๔. การอดทน

๕. การงดเว้น

๖. การบันเทา

๗. การอบรม พร้อมมทั้งรายละเอียด ( พระสูตรนี้แปลไว้ละเอียดแล้วที่ข้อความน่ารู้จากพระไตรปิฎก หมายเลข ๑๑๗ )


http://www.puthakun.org/puthakun/index.php?option=com_content&view=article&id=883:2012-08-24-00-49-25&catid=142:2012-08-23-22-06-56

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555

มงคลสูตร



มงคลสูตร




ณ พระเชตวันวิหาร เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว ท้าวสักกะให้เทวดาองค์หนึ่งมากราบทูลถวายพระพุทธองค์ว่า “เทวดาและมนุษย์เป็นอันมาก ผู้หวังความสวัสดี ได้พากันคิดมงคลทั้งหลายมาเป็นเวลาถึง ๑๒ ปี ก็ยังไม่เป็นที่ตกลงกันได้ ขอพระพุทธองค์ตรัสบอกมงคลอันสูงสุดว่าคืออย่างไร เพื่อนำประโยชน์สุขมาให้โดยส่วนเดียวแก่ชาวโลกทั้งปวง”




พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระคาถาตอบว่า “การไม่คบคนพาล ๑ การคบบัณฑิต ๑ การบูชาบุคคลที่ควรบูชา ๑ การอยู่ในประเทศอันสมควร ๑ ความเป็นผู้มีบุญอันทำไว้แล้วในกาลก่อน ๑ การตั้งตนไว้ชอบ ๑ พาหุสัจจะ ๑ ศิลปะ ๑ วินัยที่ศึกษาดีแล้ว ๑ วาจาสุภาษิต ๑ การบำรุงบิดา ๑ การบำรุงมารดา ๑ การสงเคราะห์บุตรภรรยา ๑ การงานอันไม่อากูล ๑ ทาน ๑ การประพฤติธรรม ๑ การสงเคราะห์ญาติ ๑ กรรมอันไม่มีโทษ ๑ การงดเว้นจากบาป ๑ ความสำรวมจากการดื่มน้ำเมา ๑ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย ๑ ความเคารพ ๑ ความประพฤติถ่อมตน ๑ ความสันโดษ ๑ ความกตัญญู ๑ การฟังธรรมตามกาล ๑ การสนทนาธรรมตามกาล ๑ ความเพียร ๑ พรหมจรรย์ ๑ การเห็นอริยสัจ ๑ การกระทำนิพพานให้แจ้ง ๑ จิตอันไม่หวั่นไหวในโลกธรรม ๑ ไม่เศร้าโศก ๑ ปราศจากธุลี ๑ จิตเกษม ๑




นี้เป็นอุดมมงคล เป็นมงคลอันสูงสุด ๓๘ ประการ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายประพฤติมงคลเช่นนี้แล้ว จะเป็นผู้ไม่ปราชัยในข้าศึกทุกหมู่เหล่า ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ”