วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

นันทิสูตร


                            

ว่าด้วยผู้ไม่มีความยินดี

[๒๖] เทวดานั้น ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วแล ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า คนมีบุตรย่อมยินดีเพราะบุตรทั้ง- หลาย คนมีโคย่อมยินดีเพราะโคทั้งหลาย เหมือนกันฉะนั้น เพราะอุปธิเป็นความดี ของคน บุคคลใดไม่มีอุปธิ บุคคลนั้นไม่มี ยินดีเลย. [๒๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า บุคคลมีบุตร ย่อมเศร้าโศกเพราะ บุตรทั้งหลาย บุคคลมีโค ย่อมเศร้าโศก เพราะโคทั้งหลายเหมือนกันฉะนั้น เพราะ อุปธิเป็นความเศร้าโศกของคน บุคคลใด ไม่มีอุปธิ บุคคลนั้นไม่เศร้าโศกเลย.


http://palungjit.com/tripitaka/default.php?cat=2400044

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

โอฆตรณสูตร


 


เทวตาสังยุต
นฬวรรคที่  ๑
๑.  โอฆตรณสูตร
ว่าด้วยการข้ามโอฆะ
 
ข้าแต่พระองค์ผู้ไม่มีทุกข์    ข้าพระองค์ขอทูลถาม
พระองค์ข้ามโอฆะได้อย่างไร.

 
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า  ท่านผู้มีอายุ  เราไม่พักอยู่  ไม่เพียรอยู่
ข้ามโอฆะได้แล้ว.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า    ท่านผู้มีอายุ  เมื่อใด   เรายังพักอยู่   เมื่อนั้น    เรายังจมอยู่โดยแท้
เมื่อใดเรายังเพียรอยู่   เมื่อนั้น   เรายังลอยอยู่โดยแท้    ท่านผู้มีอายุ    เราไม่พัก
เราไม่เพียร    ข้ามโอฆะได้แล้วอย่างนี้แล.

http://www.dhammahome.com/front/tipitaka/show.php?id=24



พระสุตตันตปิฎก


สังยุตตนิการ  สคาถวรรค


เล่มที่  ๑


ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธพระองค์นั้น

มัจฉริสูตร



                    
                       ฯ ล ฯ

                           คนตระหนี่กลัวภัยใดย่อมให้ทานไม่-

                   ได้  ภัยนั้นนั่นแลย่อมมีแก่คนตระหนี่ผู้ไม่

                  ให้ทาน   คนตระหนี่ย่อมกลัวความหิวและ

                   ความกระหายใด   ความหิวและความกระ-

                   หายนั้นย่อมถูกต้องคนตระหนี่นั้นนั่นแลผู้

                   เป็นพาลทั้งในโลกนี้       และในโลกหน้า 

                   ฉะนั้น บุคคลควรกำจัดความตระหนี่   อัน

                   เป็นสนิมในใจ ให้ทานเถิด   เพราะบุญทั้ง

                   หลาย  ย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายใน

                   โลกหน้า.

                                           ฯ ล ฯ             
ข้อมูลจาก
webdh
วันที่ 30 มี.ค. 2550
http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=3240

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

องคุลิมาลสูตร

ท่านองคุลิมาล จอมโจรผู้กลับใจมาบวช และได้เป็นพระอรหันต์ ในอรรถกถาธรรมบทเล่าว่า องคุลิมาลเป็นผู้มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในพุทธกาล เพราะเป็นนายโจรใหญ่รังควานเส้นทางค้าขายที่มาสู่นครสาวัตถี พระพุทธองค์เสด็จไปกลับใจจอมโจรจนยอมบวช เมื่อบวชแล้วก็ตั้งใจศึกษาและปฏิบัติธรรม ทำให้พระบรมศาสดาได้รับความสรรเสริญจากพระเจ้าปเสนทิโกศลและประชาชนว่า ทรงสามารถเอาชนะคนที่ร้ายกาจที่สุดด้วยอานุภาพแห่งความเมตตา



ในองคุลิมาลสูตรเล่าว่า องคุลิมาลโจรได้เห็นพระผู้มีพระภาคเสด็จมาแต่ไกล ได้มีความดำริว่า “น่าอัศจรรย์จริง ๆ ไม่เคยมีเลย พวกบุรุษสิบคนก็ดี ยี่สิบคนก็ดี สามสิบคนก็ดี สี่สิบคนก็ดี ก็ยังต้องรวมเป็นพวกเดียวกันเดินทางนี้ แม้บุรุษพวกนั้นยังถึงความพินาศเพราะมือเรา สมณะนี้ผู้เดียว ไม่มีเพื่อนชะรอยจะมาข่ม ถ้ากระไรเราพึงปลงสมณะเสียจากชีวิตเถิด” ครั้นแล้ว องคุลิมาลโจรถือดาบและโล่ห์ผูกสอดแล่งธนู ติดตามพระผู้มีพระภาคไปทางพระปฤษฎางค์ พระผู้มีพระภาคทรงบันดาลอิทธาภิสังขาร โดยประการที่องคุลิมาลโจรจะวิ่งจนสุดกำลังก็ไม่อาจทันพระองค์ผู้เสด็จไปตามปกติ



องคุลิมาลโจรคิดว่า “น่าอัศจรรย์จริงหนอ ไม่เคยมีเลยด้วยว่าเมื่อก่อนแม้ช้างกำลังวิ่ง ม้ากำลังวิ่ง รถกำลังแล่น เนื้อกำลังวิ่ง เราก็ยังวิ่งตามจับได้ แต่ว่าวันนี้เราวิ่งจนสุดกำลังยังไม่อาจทันสมณะนี้ซึ่งเดินไปตามปกติได้” ดังนี้ จึงหยุดยืนกล่าวกับพระผู้มีพระภาคว่า “จงหยุดก่อนสมณะ จงหยุดก่อนสมณะ” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เราหยุดแล้ว องคุลิมาล ท่านเล่าจงหยุดเถิด”
 

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

เกสปุตตสูตร (กาลามสูตร)

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกาลามชนทั้งหลาย ก็ควรแล้วที่ท่านทั้งหลายจะเคลือบแคลงสงสัย และท่านทั้งหลายเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในฐานะที่ควรแล้ว มาเถิดท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายอย่าได้เชื่อถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา อย่าได้เชื่อถือ ตามถ้อยคำสืบๆ กันมา อย่าได้เชื่อถือ โดยตื่นข่าวว่าได้ยินอย่างนี้ {น.๑๘๐}อย่าได้เชื่อถือ โดยอ้างตำรา อย่าได้เชื่อถือโดยเดาเอาเอง อย่าได้เชื่อถือโดยคาดคะเน อย่าได้เชื่อถือโดยความตรึกตามอาการ อย่าได้เชื่อถือโดยชอบใจว่าต้องกันกับทิฏฐิของตัว อย่าได้เชื่อถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้ อย่าได้เชื่อถือ โดย ความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา

 ท่านทั้งหลาย อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟัง.....อย่าได้ยึดถือโดยนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา  เมื่อใด
  ท่านทั้งหลายพึงรู้ได้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล  ธรรมเหล่านี้มีโทษ ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้ติเตียน  ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้ สมบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์ เมื่อนั้นท่านทั้งหลายควรละธรรมเหล่านั้นเสีย

คัดมาบางส่วนจาก

http://www.navy.mi.th/newwww/code/special/budham/tp/tp200366.htm